ชาว Yamaha Mio, Fino และ Nouvo หลายคนคงเคยเจอปัญหาชวนหงุดหงิดใจ จอดทิ้งไว้คืนเดียวตื่นมาตอนเช้า "สตาร์ทเท้าก็แข็ง สตาร์ทมือก็เงียบ" หรือขี่ๆ ไปแล้วรู้สึกว่ารถบิดไม่ออก บิดแล้ววอดเหมือนจะดับ อย่าเพิ่งตกใจคิดว่าเครื่องพังจนต้องยกเครื่องใหม่! เพราะปัญหาเหล่านี้ในรถออโตเมติกคาร์บูเรเตอร์หรือรถที่มีอายุการใช้งานหลายปี มักเกิดจากอะไหล่บางชิ้นเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ลองมาเช็ก 4 จุดสำคัญนี้กันก่อนครับ
1. แบตเตอรี่เสื่อม หรือ ระบบไฟมีปัญหา
อาการที่ชัดเจนที่สุดคือ กดสตาร์ทมือแล้วไม่มีเสียง หรือมีเสียงแกร็กๆ เบาๆ หากไฟหน้าหรือไฟเลี้ยวหรี่ลงด้วย ให้เล็งไปที่แบตเตอรี่ก่อนเลยครับ แบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์มักมีอายุการใช้งาน 1.5 - 2 ปี หากเกินกว่านั้นและเริ่มมีอาการสตาร์ทยาก การเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่และเช็กระบบไฟชาร์จจะช่วยจบปัญหาได้ง่ายที่สุด
2. หัวเทียนบอด หรือ คอยล์ไฟเสื่อม
ถ้ารถคุณมีอาการ "สตาร์ทติดยาก เครื่องสะดุด บิดแล้ววอด" นี่คือสัญญาณเตือนว่าระบบจุดระเบิดอาจมีปัญหา หัวเทียนที่ใช้งานมานานอาจมีคราบเขม่าเกาะหนา หรือเขี้ยวหัวเทียนสึกหรอ ทำให้ประกายไฟไม่แรงพอ การเปลี่ยนหัวเทียนใหม่เป็นวิธีแก้ที่ลงทุนน้อยแต่เห็นผลชัดเจนที่สุด
3. คาร์บูเรเตอร์สกปรก / หัวฉีดอุดตัน
สำหรับ Mio และ Fino รุ่นคาร์บูเรเตอร์ หากจอดทิ้งไว้นานๆ น้ำมันอาจบูดและทิ้งคราบเหนียวไว้ในคาร์บูฯ ทำให้เดินเบาไม่นิ่ง หรือบิดแล้วสะดุด การล้างคาร์บูเรเตอร์และการเปลี่ยนกรองอากาศที่อุดตัน จะช่วยให้อากาศและน้ำมันผสมกันได้อย่างสมบูรณ์ คืนความแรงให้เครื่องยนต์
4. ชุดข้างดัง ชามสึก สายพานหย่อน
หากรถสตาร์ทติดปกติ แต่บิดแล้วรถไม่ค่อยพุ่ง หรือมีเสียงดังแก๊กๆ มาจากแคร้งฝั่งซ้าย ปัญหามักอยู่ที่ "ชุดชามข้างและสายพาน" สายพานที่หมดสภาพหรือชามที่สึกหรอเป็นร่องลึก จะทำให้การส่งกำลังแย่ลง รถอืด กินน้ำมัน การตรวจเช็กและเปลี่ยนอะไหล่ชุดข้างตามระยะ จะช่วยให้รถกลับมาพุ่งติดมือเหมือนเดิม
ปัญหาจุกจิกของรถเก่าส่วนใหญ่มักจบลงด้วยการเปลี่ยนอะไหล่สิ้นเปลืองตามระยะทาง หากคุณตรวจพบว่าอะไหล่ชิ้นไหนถึงเวลาต้องเปลี่ยน ไม่ต้องเสียเวลาไปขี่หาซื้อให้เหนื่อย! สามารถเข้ามาเทียบรุ่นและเลือกซื้ออะไหล่ Mio, Fino, Nouvo ตรงรุ่น ทั้งแท้และทดแทนคุณภาพดี ได้ที่ Nongmio.com เราคัดร้านค้าที่เชื่อถือได้มาให้คุณแล้ว ช้อปง่าย ส่งไว มั่นใจได้เลยครับ





